โครงการแก้ไขปัญหาความยากจน (กข.คจ.)

1. ความเป็นมา

ความยากจนของประชาชนชาวชนบทเป็นปัญหาสำคัญที่ทุกรัฐบาลมุ่งแก้ไขให้หมดไป โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2536 เห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินงานโครงการ กข.คจ. ระยะที่ 1 ระหว่าง ปี 2536 – 2539 และขยายถึงปี 2540 จำนวน 11,608 หมู่บ้าน และมีมติอีกครั้ง เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2540 เห็นชอบให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินงานโครงการ กข.คจ. ระยะที่ 2 ระหว่าง ปี 2541 – 2544 เพื่อขยายพื้นที่ให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านทั่วประเทศที่ยังมีคนจนตามข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ.) จำนวน 28,038 หมู่บ้าน

2. หลักการ

สนับสนุนเงินทุนในระดับหมู่บ้านสำหรับครัวเรือนเป้าหมายยืมไปประกอบอาชีพ โดยไม่มีดอกเบี้ย และมอบอำนาจให้คณะกรรมการกองทุน กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน รับผิดชอบบริหารจัดการเงินทุนของหมู่บ้าน

3. วัตถุประสงค์

3.1 ระยะที่ 1

เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของครัวเรือนยากจนในชนบททั่วประเทศ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 ในปี 2536 – 2539 (ขยายการดำเนินงานต่อถึงปี 2540) เพื่อให้เป็นหมู่บ้านต้นแบบ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

(1) เพื่อให้ครัวเรือนยากจนในหมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 จำนวน 11,608 หมู่บ้าน ได้รับความช่วยเหลือเงินทุนเพื่อการประกอบอาชีพที่เหมาะสม มีรายได้สูงขึ้นพ้นเส้นความยากจน

(2) เพื่อให้หมู่บ้านในชนบท จำนวน 11,608 หมู่บ้าน ได้รับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน การอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาด้านการศึกษา วัฒนธรรม สาธารณสุข และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในหมู่บ้าน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้านต้นแบบให้สูงขึ้น

(3) เพื่อให้หมู่บ้านในชนบท จำนวน 11,608 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองตลอดไป ประชาชนเกิดความร่มเย็นเป็นสุข มีความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่งยิ่ง ๆ ขึ้น

3.2 ระยะที่ 2

เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนของครัวเรือนยากจนในชนบททั่วประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้านเป้าหมาย โดย

(1) ครัวเรือนยากจนในหมู่บ้านเป้าหมายทั่วประเทศ จำนวนมากกว่า 3,460,000 ครัวเรือน ได้รับความช่วยเหลือเงินทุนเพื่อการประกอบอาชีพที่เหมาะสม มีรายได้เพิ่มขึ้นพ้นเส้นความยากจน

(2) หมู่บ้านในชนบทจำนวน 28,038 หมู่บ้าน ได้รับการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และส่งผลในด้านสังคม โครงสร้างพื้นฐาน การอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาด้านการศึกษา วัฒนธรรม สาธารณสุข และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในหมู่บ้าน ทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในหมู่บ้านดีขึ้น

(3) เพื่อให้หมู่บ้านในชนบทจำนวน 28,038 หมู่บ้าน เป็นหมู่บ้านแผ่นดินธรรมแผ่นดินทอง

4.เป้าหมาย

ดำเนินการใน 75 จังหวัด กำหนดเป้าหมาย จำนวนทั้งสิ้น 39,646 หมู่บ้าน ดังนี้
1. หมู่บ้านเป้าหมายโครงการ กข.คจ. ได้แก่
1.1 หมู่บ้านเป้าหมายโครงการ กข.คจ. ระยะที่ 1 คือ หมู่บ้านเร่งรัดพัฒนาอันดับ 1 ตามข้อมูล กชช.2 ค ปี 2533 จำนวน 11,608 หมู่บ้าน
1.2 หมู่บ้านเป้าหมายโครงการ กข.คจ. ระยะที่ 2 คือ หมู่บ้านที่มีครัวเรือนมีรายได้ตามข้อมูล จปฐ. ปี 2539 ต่ำกว่า 15,000 บาท/คน/ปี ตั้งแต่ร้อยละ 30 ขึ้นไป จำนวน 28,038 หมู่บ้าน
2. ครัวเรือนเป้าหมาย คือ ครัวเรือนในหมู่บ้านตามข้อ 1 ที่มีรายได้ตามข้อมูล จปฐ. ต่ำกว่า 15,000 บาท/คน/ปี ในปีที่ได้รับงบประมาณดำเนินการ และครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ. ในปีต่อ ๆ ไป

5. วิธีการ/ขั้นตอนการดำเนินงาน

ดำเนินการภายใต้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการบริหารและการใช้จ่ายเงินโครงการแก้ไขปัญหาความยากจน พ.ศ. 2536 และ ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2539 และหนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทยและกรมการพัฒนาชุมชน
1. กำหนดหมู่บ้านเป้าหมาย โดยใช้ข้อมูล กชช.2 ค ปี 2533 และข้อมูล จปฐ. ปี 2539
2. กำหนดครัวเรือนเป้าหมาย โดยใช้ข้อมูล จปฐ. โดยคณะกรรมการกองทุน กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน
คัดเลือกและจัดลำดับครัวเรือนของหมู่บ้านเป้าหมาย จัดทำบัญชีทะเบียนครัวเรือนยากจนเป้าหมาย
3. จัดตั้ง “คณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน” ที่มาจากผู้นำ และตัวแทนองค์กรประชาชนในหมู่บ้าน จำนวน 7 – 9 คน โดยกระบวนการประชาคม เพื่อทำหน้าที่บริหารจัดการเงินทุนของหมู่บ้าน
4. จัดฝึกอบรมเตรียมความพร้อมผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ องค์กรประชาชนผู้รับผิดชอบบริหารจัดการและครัวเรือนเป้าหมายในระดับหมู่บ้าน ระยะเวลา 3 วัน
5. สนับสนุนเงินทุนหมู่บ้านละ 280,000 บาท โดยการโอนเข้าบัญชีเงินฝากของคณะกรรมการกองทุน กข.คจ. ประจำหมู่บ้าน
6. ครัวเรือนเป้าหมายเสนอโครงการขอยืมเงินตามประเภทอาชีพที่กำหนดในโครงการต่อคณะกรรมการ
กองทุน กข.คจ.ประจำหมู่บ้าน
7. คณะกรรมการกองทุนฯ อนุมัติเงินยืม โดยผ่านการตรวจสอบความเป็นไปได้ของโครงการ และความเห็นชอบจาก คปต.(ปัจจุบันมีเฉพาะพัฒนากร) แล้วจึงทำสัญญายืมเงินตามแบบแนบท้ายระเบียบและ รายงานผลให้อำเภอทราบ แล้วโอนเงินเข้าบัญชีให้ครัวเรือนเบิกไปลงทุนประกอบอาชีพ
8. ใช้คืนเงินยืมตามกำหนดในสัญญา (ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี)
9. เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนทุกระดับเป็นผู้ส่งเสริม สนับสนุน และติดตามช่วยเหลือ

(Visited 1 times, 1 visits today)